ดินแดนแห่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา

จากคำกล่าวในหัวข้อของบทความนี้นั่น ซึ่งเป็นข้อความที่เรียกได้ว่าพิมลงไปทั้งน้ำตาก็เป็นไปได้ เพราะว่าเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นั่น ได้มีประกาศจากสำนักพระราชวังว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้านั้นได้ทรงสวรรคตแล้ว นำมาซึ่งความเศร้าเสียใจของคนทั้งชาติ ผู้คนที่อยู่ทั่วประเทศที่เป็นคนไทยนั้นต่างก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเช่นกัน โดยพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยนั้นถือว่าเป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างของคนทั้งชาติเลยก็ว่าได้ เป็นทั้งผู้ให้แผ่นดิน ผู้ให้ชีวิต เป็นเหมือนครูที่วางแผนการดำเนินงาน วางแผนการดำเนินชีวิตไว้ให้ลูกๆได้สืบต่อ เป็นเหมือนช่างที่มีการสร้างอะไรหลายๆอย่างไว้ให้ลูกได้รับความสะดวกสบาย เป็นเหมือนหมอที่คอยเยียวยาเวลาที่ลูกเจ็บ เวลาที่ลูกนั้นป่วยไข้ เป็นเหมือนธนาคารที่คอยช่วยเหลือเวลาที่ลูกร้อนใจ ขาดแคลนรายได้ พ่อก็จะหาอาชีพมาให้ลูกได้ทำ

พ่อเปรียบเหมือนวิศวกรหรือนายช่างใหญ่ ก็คงจะเป็นเพราะว่าพ่อนั้นเป็นผู้สร้างเขื่อนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิต และอีกมากมายหลายเขื่อน รวมทั้งประตูระบายน้ำอีกมากมายหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นประตูน้ำคลองลัดโพธิ์แถวๆสมุทรปราการ นอกจากนี้ถนนอีกหลายๆสายก็อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 ที่ขับเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือจะเป็นการที่ทรงให้สร้างสะพานภูมิพลข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยเหลือประชากรที่จะต้องข้ามฝั่งไปทางฝั่งธนบุรีทำให้สะดวกสบายกว่าเดิมยิ่งขึ้น ไม่ต้องขับรถอ้อมไกลๆเหมือนเดิมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ยังทรงโปรดให้สร้างโรงพยาบาล โรงเรียน หรือสถานศึกษาต่างๆอีกมากมายทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนนั้นได้เล่าเรียนหนังสือกันอย่างทั่วถึง มีความรู้เพื่อที่จะได้นำความรู้นี้ไปประกอบอาชีพตามที่ตัวเองถนัด หรือตามที่ตัวเองได้ร่ำเรียนมานั่นเอง นอกจากนี้แล้วนั้นพระองค์ยังทรงสร้างอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกำลังน้ำชัยพัฒนา สร้างขึ้นเพื่อที่จะเป็นต้นแบบให้คนไทยที่ประกอบอาชีพไร่นา นั้นได้นำไปดัดแปลงใช้กับที่ดินของตัวเอง โดยนอกจากนี้พระองค์ยังได้ทรงจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้องเพื่อที่จะได้ไม่มีต่างชาตินั้นมาลอกเลียนแบบและนำไปจดสิทธิบัตรเป็นของตัวเองนั่นเอง

พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยนั้นจะคอยช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยากทุกคนในประเทศ แม้ว่าถิ่นฐานของคนเหล่านี้จะอยู่ไกลแสนไกลเพียงใด พ่อหลวงนั้นก็จะเดินทางไปให้ถึงในทุกๆที่ ไม่ว่าจะขึ้นเขาลงห้วย เดินลุยน้ำลุยโคลนพ่อหลวงก็ไปหาประชาชนเพื่อจะเข้าไปดูชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อที่จะเข้าไปพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นด้วยการนำอาชีพไปแนะนำ อย่างเช่นถ้าบ้านเมืองนั้นบนเขาบนดอยจะนิยมปลูกฝิ่นกันมาก ท่านจะทรงแนะนำให้เลิกซะแล้วมาทำเกษตรกรรมแบบที่เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ เราจะเห็นได้จนชินตาจากภาพข่าวในข่าวพระราชสำนักประจำวันนั้น พ่อจะนั่งเครื่องบินไปลง หลังจากนั้นก็จะเดินด้วยเท้าเข้าไปยังพื้นที่ที่ทุระกันดาร ซึ่งพื้นที่แต่ละที่นั้นต้องบอกเลยว่าลำบากมาก มีทั้งดินโคลน มีทั้งพื้นที่สูงชัน รวมทั้งเป็นป่าก็มี ซึ่งพระองค์ก็ไม่ได้รู้สึกย่อท้ออะไรเลย ทำให้ทหารที่ตามเสด็จพระองค์นั้นมีกำลังทั้งกายและใจ เพื่อที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไปนั่นเอง

หลังจากที่สำนักพระราชวังได้ประกาศข่าวที่เศร้าที่สุดให้ประชาชนได้ฟังแล้วนั้น ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก รีบไปที่รพ.ศิริราชเพื่อไปสวดมนต์ขอพรให้พ่อหลวง และทันทีที่สำนักพระราชวังประกาศถึงกำหนัดการเคลื่อนพระศพในวันรุ่งขึ้นช่วงบ่ายๆนั้น ประชาชนทั่วทุกสารทิศต่างก็มุ่งหน้า สู่บริเวณแถวสนามหลวง เรียกได้ว่าประชาชนมากันจนมืดฟ้ามัวดินเลยทีเดียว ทุกคนมาด้วยใจกันทั้งนั้นต่อให้นั่งตากแดดกันหลายชั่วโมง ร้อนก็ร้อน น้ำท่าก็หารับประทานยากซะเหลือเกิน โดยทุกสายตาเฝ้ารอและจับจ้องไปที่ขบวนเสร็จ จนเวลาประมาณ 16.30 น ขบวนพระศพค่อยๆเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราช ประชาชนทุกคนที่เฝ้ารอรับขบวนต่างก็เฝ้ามองขบวนเสด็จด้วยสายตาที่อาบไปด้วยน้ำตา ทุกคนรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ทุกคนน้ำตาไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว ทุกสายตาเฝ้ามองไปที่ขบวนเสด็จด้วยความอาลัยอาวรณ์ อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเพียงฝันร้าย เช้าตื่นขึ้นมานั้นก็จะได้พบกับความจริงที่พระองค์ท่านนั้นยังอยู่กับเรา

เมื่อขบวนพระศพเคลื่อนผ่านไปแล้วนั้น ประชาชนต่างก็เตรียมที่จะลุกขึ้นเพื่อเตรียมกับบ้านของตนเอง แต่ทหารและตำรวจก็ได้สั่งห้ามเอาไว้ และบอกว่ารอก่อนเดี๋ยวจะมีขบวนเสด็จอีกหนึ่งขบวน ซึ่งประชาชนทั้งหลายต่างก็เฝ้ารอและยังไม่ลุกไปไหน ทันทีที่รถนำขบวนเคลื่อนตัวช้าๆออกมานั้น ได้ยินเสียงประชาชนที่อยู่ด้านหน้านั้นตะโกนส่งเสียงทรงพระเจริญอย่างกึกก้องไปทั่ว เมื่อขบวนเสด็จเคลื่อนมาถึงประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็น้ำตาไหลปลื้มปิติด้วยความดีใจเนื่องจากว่าสมเด็จพระราชินีนั้นทรงประทับอยู่ในรถมาด้วย ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวนเหมือนที่เคยทำบ่อยๆครั้ง นำความปลื้มปิติยินดีมาสู่ประชาชนทุกคนที่ได้พบเห็น

พ่อจากเราไปแล้วแต่พ่อยังเฝ้ามองเราอยู่ เฝ้ามองลูกๆว่าจะทำตามคำสอนของพ่อได้ไหม จะนำคำสอนของพ่อในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้นลูกๆจะนำไปใช้หรือไม่ เพราะการที่เราอยู่แบบพอเพียง ไม่ฟุ้มเฟ้อ ขยันอดทนทำมาหากิน เพียงเท่านี้ชีวิตของเราก็มีความสุขแบบยั่งยืนแล้ว

แน่นอนว่าถ้าเรานั้นทำตามคำสอนพ่อเราก็จะเป็นคนที่อยู่แบบพอเพียง ใช้จ่ายอย่างประหยัด ขยันทำมาหากิน มีอาชีพเสริมอะไรที่เราพอจะทำได้เรานั้นก็ควรที่จะทำ ปัจจุบันอาชีพที่นิยมกันเป็นอย่างมากนั่นก็คือการที่ลงทุนซื้อเครื่องทำน้ำเต้าหู้มาสักหนึ่งเครื่อง แล้วออกทำมาหากิน โดยนำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ไปจำหน่ายน้ำเต้าหู้ตามสถานที่ต่างๆ โดยที่เครื่องทำน้ำเต้าหู้นี้ถือว่ามีขนาดไม่ใหญ่มาก เหมาะแก่การเคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเช้านำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ไปตั้งขายที่ตลาดสด ในช่วงเย็นอาจจะนำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ไปขายที่ตลาดนัดรถไฟซึ่งเป็นตลาดตอนกลางคืน เด็กวัยรุ่นและวัยทำงานค่อนข้างนิยมที่จะไปเดินเที่ยวเพื่อช็อปปิ้งและหาอะไรอร่อยๆรับประทานนั่นเอง โดยหากใครที่คิดจะมีอาชีพเสริมสักอย่างหนึ่งนั้นเครื่องทำน้ำเต้าหู้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวเลย เพราะด้วยราคาของเครื่องทำน้ำเต้าหู้และสถานที่จัดจำหน่ายนั้นถือว่าราคาก็ถูก แถมหาซื้อเครื่องทำน้ำเต้าหู้ก็ง่ายแสนง่าย ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆไปนั้นก็มีจำหน่ายด้วยเช่นกัน

หรือใครที่คิดว่าด้วยอาชีพหลักของเรานั้นก็พอที่จะเลี้ยงปากท้องได้แล้ว อยากที่จะทำบุญช่วยเหลือคนอื่นบ้าง เรานั้นก็สามารถที่จะนำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ของเรานั้น ไปทำแจกให้กับคนยากคนจน ไปแจกคนที่ไม่มีโอกาสแบบเราๆ เพราะคนเหล่านี้เพียงแค่น้ำเต้าหู้แค่ถุงเดียว ก็อาจจะต่อชีวิตให้กับพวกเค้าเหล่านี้ได้เลยทีเดียว เพราะบางคนมีอยู่แล้วรวยอยู่แล้วนั้นก็อาจจะไม่เห็นคุณค่าก็เป็นได้ หรือจะนำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ไปตั้งบริเวณแถวๆสนามหลวงเพื่อที่จะไว้แจกน้ำเต้าหู้ให้กับคนที่จะมาลงนามถวายความจงรักภักดีให้กับพ่อหลวงของเรานั่นเอง โดยการแสดงออกแบบนี้ถือว่าเป็นการทำดีเพื่อพ่อหลวง เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่คนไทยบอบช้ำมามากพอแล้ว ดังนั้นคนไทยควรจะรักกันไว้ดีกว่า อะไรที่ช่วยเหลือกันได้นั้นก็ควรที่จะช่วยๆกัน อะไรที่รักและสามัคคีกันไว้ก็ควรจะทำอย่างยิ่ง พ่อหลวงของเรานั้นมองอยู่บนฟ้ามองลงมาก็คงจะมีความสุข ที่เห็นคนในชาติสามัคคีกัน รักใคร่ปรองดองกันนั่นเอง ขอให้ชาวไทยน้อมนำกระแสพระราชดำรัสไปปฎิบัติด้วย และสิ่งดีๆจะเกิดขึ้นในชีวิตอย่างแน่นอน